วันนี้ 21 พฤศจิกายน 2567  ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดี ฯ  ดร. กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเตรียมการสรุปผลการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 29 (COP29) ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน โดยภาคีประเทศสมาชิกภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ ได้ร่วมกันพิจารณาแสดงความเห็นต่อความก้าวหน้าของการเจรจา และเพิ่มเติมรายละเอียดของเอกสารร่างข้อตัดสินใจของการประชุม COP29 ซึ่งมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1) การกำหนดเป้าหมายทางการเงินใหม่ (NCQG) 2) การกำหนดกรอบการดำเนินงานของ Mitigation Work Program 3) การกำหนดเป้าหมาย Global Goal on Adaptation (GGA) 4) ความก้าวหน้าการพัฒนาข้อกำหนด ภายใต้ข้อ 6 ของความตกลงปารีส 5) การดำเนินการ UAE  Dialogue เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การทบทวนสถานการณ์และการดำเนินการระดับโลก  (Global stocktake) 6) การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Just Transition Work Programme) ทั้งนี้ ภาคีเน้นย้ำความสำคัญของการดำเนินการตามแนวทาง 1.5 องศาเซลเซียสในการสร้างสมดุล ทั้งด้านการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการดำเนินการต่อเนื่องจาก COP28 ในการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานฟอสซิล (Transition away from fossil fuel) และการขับเคลื่อนการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เกิดเป็นรูปธรรม

               ในวันเดียวกันนี้ Thailand Pavilion ได้จัดกิจกรรมเป็นวันสุดท้าย โดยเปิดเวทีเสวนาด้วยหัวข้อ“Thailand’s Climate Commitment: Leveraging innovation blue carbon, carbon capture storage, air pollution mitigation and beyond banking for a green future” โดยผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูง ในภาคการศึกษาวิจัย และภาคธุรกิจการเงินการธนาคารของไทย ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ความมุ่งมั่นด้านการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม blue carbon การกักเก็บคาร์บอน การลดมลพิษทางอากาศ และนวัตกรรมทางด้านการเงินการธนาคาร สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมสู่เป้าหมายที่ยั่งยืน หลังจากนั้นเสวนาต่อด้วยหัวข้อ “Thailand’s Climate Commitment: Energy Transition towards carbon neutrality” โดยผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงจากองค์กรด้านพลังงานระหว่างประเทศ ภาคการศึกษาวิจัย และภาคธุรกิจการไฟฟ้าของไทย มาร่วมแสดงความมุ่งมั่นด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ในฐานะผู้ผลิตหลักของประเทศอย่าง EGAT และบทบาทขององค์กรด้านพลังงานระหว่างประเทศ และภาคการศึกษาวิจัย ที่จะสามารถเข้ามาช่วยผลักดันเป้าหมายดังกล่าวให้เป็นจริง และสุดท้ายปิดเวทีเสวนาด้วยหัวข้อ  “Innovative Approaches to Sustainable Agriculture, Forest, and Water Management” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศไทย ในฐานะที่ปรึกษาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และกรมป่าไม้ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และแนวทางการใช้นวัตกรรมทางด้านการเกษตร ป่าไม้ และการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เพราะน้ำถือเป็นหนึ่งในทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตของมนุษย์ และในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยวันนี้ Thailand Pavilion มีผู้สนใจจากนานาประเทศ เข้าร่วมชมนิทรรศการและร่วมกิจกรรมกว่า 1,000 คน โดยตลอดห้วงการประชุม COP29 มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม รวมกว่า 7,000 คน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”